top of page
ค้นหา

ห้องเต็มทุกวัน... แต่ทำไมยังขาดทุน? ระวังกับดัก "Occupancy Trap" ที่เจ้าของโรงแรมมือใหม่ต้องรู้

  • The OTA Guru Co., Ltd.
  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เคยไหมคะ? เห็นยอดจองเข้ามาเด้งรัวๆ ห้องพักเต็ม 100% พนักงานวิ่งวุ่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนกันทั้งวัน... แต่พอสิ้นเดือนมานั่งดูบัญชี กลับพบว่า "กำไรหายไปไหนหมด?"

ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์นี้ เพราะคุณกำลังติดอยู่ในกับดักที่เรียกว่า "Occupancy Trap" หรือ "กับดักอัตราการเข้าพัก" เข้าให้แล้วค่ะ


Occupancy Trap คืออะไร?

มันคือภาวะที่เราโฟกัสแต่ตัวเลข % Occupancy (อยากให้ห้องเต็ม) มากจนเกินไป จนเผลอใช้วิธีที่ง่ายที่สุดคือ "การลดราคา" หรือ "อัดโปรโมชั่นหนักๆ" เพื่อดึงลูกค้าเข้ามา


ภาพลวงตาที่คุณเห็น:

  • ห้องพักเต็มทุกวัน (ดูเหมือนขายดี)

  • คนพลุกพล่าน โรงแรมดูคึกคัก


ความจริงที่เจ็บปวด:

  • รายได้ต่อห้อง (ADR) ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน: คุณอาจขายห้องราคา 800 บาท เพื่อให้เต็ม แทนที่จะขาย 1,500 บาท แล้วได้ลูกค้า 70%

  • ต้นทุนแฝงพุ่งกระฉูด (High Variable Cost): แขกยิ่งเยอะ = ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าซักรีด, ค่าอาหารเช้า, ค่าสึกหรอของห้อง ยิ่งสูงตามไปด้วย

  • ค่าคอมมิชชั่นบานปลาย: ยิ่งขายผ่าน OTA เยอะด้วยโปรฯ แรงๆ คุณอาจโดนหัก GP จนเหลือเงินเข้ากระเป๋าไม่ถึง 70%


ตัวอย่างให้เห็นภาพ:

  • โรงแรม A (เน้นห้องเต็ม): ขาย 1,000 บาท x 10 ห้อง (เต็ม 100%) = รายได้ 10,000 บาท

    • หักต้นทุนผันแปรห้องละ 300 บาท (3,000) = เหลือ 7,000 บาท

  • โรงแรม B (เน้นกำไร): ขาย 1,500 บาท x 7 ห้อง (ว่าง 3 ห้อง) = รายได้ 10,500 บาท

    • หักต้นทุนผันแปรห้องละ 300 บาท (2,100) = เหลือ 8,400 บาท

เห็นไหมคะ? โรงแรม B ห้องว่างกว่า ทำงานเหนื่อยน้อยกว่า แต่ "กำไรเยอะกว่า"


ทางออกคืออะไร?

คำตอบคือคุณต้องเลิกดูแค่ Occupancy แล้วหันมาโฟกัสที่ RevPAR (Revenue Per Available Room) หรือรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่มีทั้งหมดแทนค่ะ

และเครื่องมือที่จะช่วยคุณได้คือ "Revenue Management" (การบริหารรายได้)

  1. Dynamic Pricing: ปรับราคาขึ้น-ลงตาม Demand จริง ไม่ใช่ยืนราคาเดียวตลอดปี วันไหนคนหาเยอะ ต้องกล้าขึ้นราคาค่ะ

  2. Minimum Stay: ช่วงเทศกาล บังคับจองขั้นต่ำ 2 คืน เพื่อลด Cost แม่บ้านและการจัดการ

  3. Monitor Competitor: ดูราคาคู่แข่งเพื่อวาง Position ของเราให้ถูก ไม่ใช่ตัดราคาแข่งกันจนเจ็บตัวทั้งคู่


สรุป

การทำโรงแรมให้รอดในยุคนี้ "ยอดจอง (Bookings)" ไม่สำคัญเท่า "กำไรสุทธิ (Net Profit)" ค่ะ

ถ้ารู้สึกว่าการคำนวณราคาพวกนี้มันปวดหัว และไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก... ให้ The OTA Guru ช่วยดูแลแทนคุณสิคะ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมเปลี่ยนตัวเลขสีแดงในบัญชี ให้เป็นกำไรที่ยั่งยืน

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page